เคยอ่านอะไรแล้วรู้สึกอินจนน้ำตาร่วงกันบ้างไม๊คะ
เมื่อคืนนี้น้ำตาร่วมผล็อยๆ เลยล่ะค่ะ หลังจากอ่านหนังสือเรื่อง
"เรื่องเล่าจาก Club Friday" หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องที่เล่าผ่านจากคลื่นกรีนเวฟ 106.5 หลากเรื่องราวที่อ่านไปก็น้ำตาซึมไป จนบางทีก็ทำให้นึกไปถึงเรื่องของตัวเองในบางมุมบางเสี้ยวทื่เคยเผชิญมา ว่า เฮ้ยเราก็เคยเป็นเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะมีแต่เราเพียงคนเดียวเสียเองที่เป็น
.
คู่แรกเลย รักกันมา 7 ปี กำลังจะแต่งงานกันปลายปีนี้ จองโรงแรม ถ่ายรูป สั่งของชำร่วยเรียบร้อยแล้ว ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับทั้งว่าที่เขยและสะใภ้
ครอบครัวฝ่ายชายเป็นคนจีน ว่าที่สะใภ้คนนี้ ก็น่ารักและผ่านได้ทุกด่าน อย่างที่รู้ๆ กันค่ะ ครอบครัวคนจีนช่างเคร่งครัด สร้างด่านอรหันต์ไว้ทดสอบสมาชิกใหม่ที่จะเข้ามาในครอบครัวเสมอ
สองคนก็ใช้เวลาด้วยกันเยอะ ไปส่งไปรับจากที่ทำงานทุกวันเสาร์-อาทิตย์ไปเยี่ยมครอบครัวของกันและกัน
ไหนๆ จะใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว ก็เลยพากันไปตรวจสุขภาพ ผลที่ออกมาปรากฏว่าทั้งคู่คือ 2 ใน 20 ล้านคน ที่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียค่ะ โชคร้ายจริงๆ ถ้ามีเพียงแค่คนใดคนหนึ่งเป็นพาหะ แต่งงานไปก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าเป็นพาหะทั้งคู่แต่งงานกัน ลูกหรือหลานมีสิทธิ์จะป่วยเป็นโรคเลือดได้
ปัญหามาก็ต้องแก้กันไป มีลูกไม่ได้ก็ไม่ต้องมี ฝ่ายหญิงคิดอย่างนั้น ทางครอบครัวของเธอก็ไม่ซีเรียสโตแล้วตัดสินใจเอง แต่ครอบครัวของฝ่ายชายต้องการทายาทสืบสกุล จากลูกชายคนโตและคนเดียวคนบ้าน ยอมเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องเลิกกันทันที
ห้ามคบ...พบเจอกันอีก!!!!
โอ้โห...พาหะของโรค ไม่ใช่ตัวเชื้อโรคนะคะ
สองคนความรู้สึกยังคงเหมือนเดิม 7 ปี เป็นมายังไงก็เป็นแบบนั้น แต่ที่ต้องเปลี่ยนไป คือ เจอกันไม่ได้ อย่างดีก็แค่คุยโทรศัพท์ บางทีคุยจนหลับกันไปทั้งคู่
วันไหนที่เหนื่อยใจมากๆ ต่างคนต่างร้องไห้ อยากจับมือกันแทบตายก็ทำได้แค่นี้ เดินผ่านร้าน wedding ก็น้ำตาร่วง เพราะทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว
"คน 2 คน รักกัน ยังไม่พอสำหรับการจะอยู่ด้วยกันอีกหรือ???"
- รักแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ -
.
อ่านถึงเรื่องนี้ปุ๊บ...น้ำตาไหลพรากๆ เลย นึกถึงทั้งอดีตและอนาคตของตัวเองขึ้นมาโดยทันใด คำถามทั้งหลายผุดขึ้นในใจ....หากเราเป็นแบบนี้บ้างแล้วเราจะทำยังไง อย่าว่าแต่สถานการณ์ที่เหมือนเป๊ะอย่างในเรื่องนี้เล้ย
เอาแค่ว่า...อนาคตจะจบลงด้วยกันอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย หากว่ารักกัน...วันนึงหมดรักกันแล้ว จากไป...มันก็แค่เศร้า ณ ตอนนั้น
แต่ถ้าหากทั้งๆ ที่เรารักกันดี แต่ว่าไม่สามารถจบกันได้...เนี่ยสิ..น่าเจ็บกว่าอีกอ่ะ....เฮ้ออออ อ่านแล้วก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้จริงๆ
ไม่ได้สงสารตัวเองหรอกนะ...แต่สงสารอนาคตของตัวเองมากกว่าที่ต้องมาเจอกับสิ่งที่ไม่ได้คาดฝันเอาไว้น่ะ....ลำบากใจจัง
.
.
ช่วงนี้อ่อนไหวมากไปหรือเปล่านะ...เอาเป็นว่าหากเจอฉันน้ำตาร่วงที่ไหนก็ไม่ต้องตกใจ..ไม่ใช่เพราะโทรศัพท์ที่คุยนะ...แต่เป็นเพราะหนังสือเล่มนี้ต่างหากล่ะ...นะจ๊ะ
.
.
อัพวันนี้เยอะจัง...ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ชีวิตฉันไม่มีความสุขนะ...ฉันมีความสุข ณ ตอนนี้มากๆ แต่ว่า สิ่งที่ได้อ่านน่ะมันก็แค่ดั๊นมาตรงกับสิ่งที่มันอึดอัดอยู่ในใจ..จะให้ไปพูดไปก็กระไร แค่นั้นเอง ...
ถึงเรื่องราวมันจะเนิ่นนาน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีชีวิตกันไปเรื่อยๆ แต่ในที่สุดวันนึงมันต้องจบลงง่ะ..ฉันรับไม่ได้จริงๆ นะ รับไม่ได้จริงๆ ถ้ามันมีวิธีไหนที่ดีกว่าจุดจบแบบนี้...ฉันก็คงยอม
.
.
คง..มีเพียงเราสองคน
ท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย...ที่รู้กันในใจ
มันจำเป็นด้วยหรือ ...ที่ต้องอยู่ในกฏเกณฑ์
ที่ใครบางคนกำหนด ว่ารักเป็นอย่างไร
ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันกันแบบไหน
ไม่อาจหาคำคำไหนมาเพื่ออธิบาย
ไม่ต้องรักเหมือนคนรัก ก็สุขหัว..ใจ
เพียงแค่เราเข้าใจ ก็เหนือคำอื่นใดในโลกนี้
--ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน--
.
.
ปล...คำคมวันนี้ >>>>
"Mama always said, life is like a box of chocolates,
You never know what you're gonna get"
-- Forest Gump--